ใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว ก็อยากจะเขียนไรที่เกี่ยวกะพ่อบ้าง พ่อเราเป็นคนจีนนะ กงกะม่าหอบเสื่อผืนหมอนใบนั่งเรือมาจากซัวเถาเมืองจีนนู่น พ่อเล่าให้ฟัง มากันแบบไม่มีเงินทองอะไรเลย แต่กงกะม่าขยันตามประสาของคนจีน(คงรู้ๆกันอยู่) ทำงานจนมีเงิน จากแต่ก่อนเช่าที่เค้าอยู่ ก็มาเป็นมีเงินไปซื้อที่กว่าห้าสิบไร่เปนของตัวเองและก็อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ แต่กงตายไปแล้วเกือบสิบปี ตอนนี้เหลือแต่ม่า ม่าก็อายุเกือบร้อยแล้วเหลืออีกปีเดียว นี่อะไรวะ เราจะเล่าเรื่องพ่อนี่หว่า พูดเลยมาถึงกงกะม่าเลย

พ่อเราเป็นลูกคนสุดท้อง พ่อเราแต่งงานกะแม่เราเพราะว่ากงกะม่าชอบแม่(คลุมถุงชน) พอแต่งงานพ่อเราก็ขยันทำงานมากก พ่อเราเปนคนกล้าเสี่ยงนะ ทำนู่นทำนี่ตลอดเวลา พ่อเราเคยทำฟาร์มเพาะเห็ด ต่อมาก็มาทำโรงงานขายไอติม และสุดท้ายก็มาทำต้นไม้ เริ่มแรกขายในประเทศ แต่ตอนหลังก็ส่งออกไปต่างประเทศ พ่อเราชอบเรียนรู้และชอบที่จะคิดนู่นนี่อยู่เรื่อย ตั้งแต่เราเกิดมา เราเห็นพ่อทำงานหนักนะ หากนั่งอยู่เฉยๆ ก็จะคิดนู่นคิดนี่ตลอดในเรื่องงาน
พ่อเราชำนาญมากในเรื่องปาล์มประดับ ตอนนี้หากใครชอบปาล์มก็คงรู้จักพ่อเรากันทุกคน ทั้งกลุ่มพ่อค้าและนักวิชาการ พ่อเราถูกเชิญไปพูดบรรยายที่ต่างๆมากมาย พ่อเราไม่ได้จบเรื่องต้นไม้มาหรอก พ่อเราจบบริหารระหว่างประเทศมา(เหมือนเราเลย)จากไต้หวัน แต่พ่อเราเก่งเรื่องปาล์มเพราะพ่อเราศึกษาและทดลองมาโดยตลอด มีอยู่ครั้งนึงพ่อเราลงหนังสือ และตอนนั้นเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกันพอที พ่อเราจอดรถและลงไปซื้อหนังสือ คนขายเค้ามองหน้า จ้องหน้า และก็ถามว่าเปนคนเดียวกะในหนังสือใช่มั๊ย 555 ตลกดี ดูคนขายเค้าดีใจที่เจอพ่อซึ่งเปนคนเดียวกะในหนังสือที่เค้าขาย

พ่อเปนคนน่ารักนะ ใครเห็นใครได้พูดคุยก็จะหลงเสน่ห์พ่อเราทุกคน พ่อเราเปนคนคุยสนุก เหตุผลนี้เองทำให้พ่อเรามีเพื่อนเยอะมาก พ่อเปนคนรักเพื่อนฝูง ส่วนมากเพื่อนพ่อจะชอบมาเที่ยวบ้าน บ้านเรามีต้นไม้เยอะ เป็นสวนปาล์ม มีบ่อน้ำกว้างมาก มีปลาหลายร้อยตัวในบ่อให้คอยให้อาหาร มีเรือนริมน้ำ เหตุนี้เองทำให้เพื่อนพ่อชอบมาเที่ยวบ้าน มาพักผ่อนมาพูดคุยประจำ
ตอนนี้พ่อเราก็เดินทางมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว อายุก็ห้าสิบกว่าแล้ว พ่อเราผมขาวเพราะแพ้ผม แม่บอกว่าเริ่มมีผมขาวมาตั้งแต่สามสิบแล้วแต่เราว่าพ่อเราน่ารักดีนะ ผมขาวหนะ เพราะมันขาวหมด สีสวยดี ไปไหนเด่นสะดุดตาดี 555 ถึงแม่พ่อเราจะแก่แล้ว แต่เราว่าพ่อเราหล่อนะ ยิ่งตอนหนุ่มๆนะ หล่อมาก หน้าเหมือนดาราจีนเลย จิงจิงนะ

ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยโดนพ่อตีเลย แค่มองก็กลัวแล้ว(อิอิ) ตอนที่เราเด็ก เราจำได้ว่าพ่อใจดีมาก เล่นกะเราตลอด สนุกดี อบอุ่น เราว่าพ่อเราไม่ดุนะ แต่ว่าขรึม พอเรากะพี่เราโตเปนสาว พ่อก็ไม่ค่อยเล่นเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พี่นกกะเรารู้สึกว่าพ่อรักเราน้อยลงเลย พ่อเปลี่ยนจากการอุ้มและเล่นกกะเราเพื่อให้เราหัวเราะ เป็นการแหย่แม่แกล้งแม่เพื่อให้ทั้งแม่เราและพี่นกหัวเราะแทน พ่อเปลี่ยนจากการเล่นอะไรแบบเด็กๆเปนอย่างอื่นหมด แต่ผลที่ออกมาก็ยังเหมือนเดิม เรายังรู้สึกดี อบอุ่น และรักพ่อแม่และพี่นกเหมือนเดิมและมากขึ้น
พ่อเราไปหลายปท.มาก เกิดมาเปนพ่อเราก็คุ้มนะได้เที่ยวมากมาย และด้วยความที่พ่ออัทธยาศัยดี พ่อเลยมีเพื่อนต่างประเทศเยอะแยะมากมายพ่อชอบที่จะไปต่างประเทศ... มันเป็นสิ่งที่พ่อชอบ และมันก็เปนสิ่งที่แม่พี่นกและเราชอบล้อพ่อเวลาพ่อโมโหว่า เอาหน่า อย่าโมโหเดี๋ยวให้ไปเที่ยวซักหนึ่งอาทิตย์ แล้วดูเหมือนจะได้ผลทุกครั้งที่ยิงมุขนี้ พ่อจะอารมณ์ดีขึ้นเปนลำดับทุกๆครั้ง 555

พ่อเปนคนที่ทั้งหวงและห่วงลูกมากนะ เราไม่เคยลำบากเลย พ่อเราปูทางให้เราเกือบทุกอย่าง บางอย่างพ่อเราก็ไม่อนุญาติให้เราทำอะไรที่มันควรจะทำในวัยของเราเหมือนเพื่อนๆคนอื่น พ่อไม่ชอบที่จะให้นอนค้างบ้านเพื่อน พ่อยอมที่จะขับรถมารับไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ตาม เรื่องไป ตจว กับเพื่อนก็ต้องยื่นเรื่องล่วงหน้าเป็นเดือน ทำทุกอย่างอย่างกะติดต่อราชการ ยื่นเรื่อง รอรับเรื่องและสุดท้ายก็รอฟังว่าโครงการนี้อนุมัติรึเปล่า ไปค่ายก็ไม่ได้ไปเหมือนเพื่อนๆที่ชมรม เชื่อมั๊ยว่าเราอยู่ปีสี่แล้วเนี่ย เราเพิ่งจะเคยเที่ยวกลางคืนแค่หนเดียวเอง บางครั้งรู้สึกน้อยใจ ไม่เข้าใจตามประสาวัยรุ่นเอาแต่ใจ แต่ทุกวันนี้เข้าใจแล้ว เพราะเราได้อ่านหนังสือชื่อเรื่องว่า.."ตรงเส้นขอบฟ้า" แล้วเดี๋ยววันหลังจะเล่าให้ฟัง เราว่าครอบครัวเรากะเค้าเหมือนกันมาก

พ่อสอนเราเสมอในทุกทุกเรื่อง เราว่าพ่อทำให้เราแข็งแกร่งนะ เรารู้ตัวเองเลย อย่างเวลาเราทำงานพรีเซ้นหรือทำรายงานอะไรก็ตาม เราว่าเรารู้ตัวอ่ะ ว่าเรามีability ที่ดีมากอ่ะ เรารู้สึกภูมิใจนะ ทุกอย่างที่เราเปนอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะพ่อคนเดียวเลย พ่อปูฐานที่แข็งแรงให้เรากับพี่นก พ่อปูฐานการส่งออกต้นไม้ให้พี่นก กะเรา พ่อพยายามทำทุกอย่างไม่ให้ลูกลำบาก มันเปนสิ่งที่หนีไม่พ้นว่าเราไม่สามารถอยู่ด้วยกันไปตลอดทั้งชีวิต พ่ออยากจะให้เรากะพี่นกมีธุรกิจที่มั่นคง มีฐานที่พ่อสร้างเอาไว้อย่างแข็งแรง ก้าวไปข้างหน้าแต่ละก้าวอย่างมั่นคง เพื่อที่ว่าเมื่อเราจากกันจิงจิง พ่อจะได้ไม่ห่วงลูกสองคนของพ่อ ทุกวันนี้พ่อโอนทั้งที่ดินและเงินให้ลูกหมดแล้ว พ่อบอกว่าทั้งชีวิตพ่อไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว สิ่งที่พ่อรักมากที่สุดคือเราและพี่นก

ทุกครั้งที่เราได้ทำบุญหรือแม้แต่ไหว้พระธรรมดา เราจะอธิฐานขอเสมอว่าขอให้ชาติหน้าเราสี่คนได้เกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีก เรารักมาก เราว่าครอบครัวเราอบอุ่นมาก เราโชคดีที่มีพ่อแม่ที่ดีมาก และก็มีพี่อย่างพี่นกที่ดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะไปไหนไกลๆ เรามักจะไปด้วยกันสี่คนเสมอ เพราะเราคิดถึงวันข้างหน้าว่าหากเกิดไรขึ้น เราขอตายพร้อมกันดีกว่า เพราะฉะนั้น ไม่ว่าไปตปท หรือ ตจว เราจะไปพร้อมกันสี่คนเสมอ นอกจากจำเปนจิงจิงถึงจะไปกันไม่ครบ
กว่าจะมีวันนี้ พ่อเราเหนื่อยมากนะ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจกว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ เมื่อเราเรียนจบ(อีกไม่นาน) พี่นกกะเราจะให้พ่อแม่หยุดทำงานซักที พี่นกกะเราจะมาทำงานต่อจากพ่อแม่เอง นี่เรากำลังจะคิดทำธุกิจ lineใหม่ เพื่อที่จะขยายให้มันใหญ่ขึ้น เราอยากทำให้พ่อภูมิใจ
