2005/Dec/02

ใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว ก็อยากจะเขียนไรที่เกี่ยวกะพ่อบ้าง พ่อเราเป็นคนจีนนะ กงกะม่าหอบเสื่อผืนหมอนใบนั่งเรือมาจากซัวเถาเมืองจีนนู่น พ่อเล่าให้ฟัง มากันแบบไม่มีเงินทองอะไรเลย แต่กงกะม่าขยันตามประสาของคนจีน(คงรู้ๆกันอยู่) ทำงานจนมีเงิน จากแต่ก่อนเช่าที่เค้าอยู่ ก็มาเป็นมีเงินไปซื้อที่กว่าห้าสิบไร่เปนของตัวเองและก็อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ แต่กงตายไปแล้วเกือบสิบปี ตอนนี้เหลือแต่ม่า ม่าก็อายุเกือบร้อยแล้วเหลืออีกปีเดียว นี่อะไรวะ เราจะเล่าเรื่องพ่อนี่หว่า พูดเลยมาถึงกงกะม่าเลย

พ่อเราเป็นลูกคนสุดท้อง พ่อเราแต่งงานกะแม่เราเพราะว่ากงกะม่าชอบแม่(คลุมถุงชน) พอแต่งงานพ่อเราก็ขยันทำงานมากก พ่อเราเปนคนกล้าเสี่ยงนะ ทำนู่นทำนี่ตลอดเวลา พ่อเราเคยทำฟาร์มเพาะเห็ด ต่อมาก็มาทำโรงงานขายไอติม และสุดท้ายก็มาทำต้นไม้ เริ่มแรกขายในประเทศ แต่ตอนหลังก็ส่งออกไปต่างประเทศ พ่อเราชอบเรียนรู้และชอบที่จะคิดนู่นนี่อยู่เรื่อย ตั้งแต่เราเกิดมา เราเห็นพ่อทำงานหนักนะ หากนั่งอยู่เฉยๆ ก็จะคิดนู่นคิดนี่ตลอดในเรื่องงาน

พ่อเราชำนาญมากในเรื่องปาล์มประดับ ตอนนี้หากใครชอบปาล์มก็คงรู้จักพ่อเรากันทุกคน ทั้งกลุ่มพ่อค้าและนักวิชาการ พ่อเราถูกเชิญไปพูดบรรยายที่ต่างๆมากมาย พ่อเราไม่ได้จบเรื่องต้นไม้มาหรอก พ่อเราจบบริหารระหว่างประเทศมา(เหมือนเราเลย)จากไต้หวัน แต่พ่อเราเก่งเรื่องปาล์มเพราะพ่อเราศึกษาและทดลองมาโดยตลอด มีอยู่ครั้งนึงพ่อเราลงหนังสือ และตอนนั้นเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกันพอที พ่อเราจอดรถและลงไปซื้อหนังสือ คนขายเค้ามองหน้า จ้องหน้า และก็ถามว่าเปนคนเดียวกะในหนังสือใช่มั๊ย 555 ตลกดี ดูคนขายเค้าดีใจที่เจอพ่อซึ่งเปนคนเดียวกะในหนังสือที่เค้าขาย

พ่อเปนคนน่ารักนะ ใครเห็นใครได้พูดคุยก็จะหลงเสน่ห์พ่อเราทุกคน พ่อเราเปนคนคุยสนุก เหตุผลนี้เองทำให้พ่อเรามีเพื่อนเยอะมาก พ่อเปนคนรักเพื่อนฝูง ส่วนมากเพื่อนพ่อจะชอบมาเที่ยวบ้าน บ้านเรามีต้นไม้เยอะ เป็นสวนปาล์ม มีบ่อน้ำกว้างมาก มีปลาหลายร้อยตัวในบ่อให้คอยให้อาหาร มีเรือนริมน้ำ เหตุนี้เองทำให้เพื่อนพ่อชอบมาเที่ยวบ้าน มาพักผ่อนมาพูดคุยประจำ

ตอนนี้พ่อเราก็เดินทางมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว อายุก็ห้าสิบกว่าแล้ว พ่อเราผมขาวเพราะแพ้ผม แม่บอกว่าเริ่มมีผมขาวมาตั้งแต่สามสิบแล้วแต่เราว่าพ่อเราน่ารักดีนะ ผมขาวหนะ เพราะมันขาวหมด สีสวยดี ไปไหนเด่นสะดุดตาดี 555 ถึงแม่พ่อเราจะแก่แล้ว แต่เราว่าพ่อเราหล่อนะ ยิ่งตอนหนุ่มๆนะ หล่อมาก หน้าเหมือนดาราจีนเลย จิงจิงนะ

ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยโดนพ่อตีเลย แค่มองก็กลัวแล้ว(อิอิ) ตอนที่เราเด็ก เราจำได้ว่าพ่อใจดีมาก เล่นกะเราตลอด สนุกดี อบอุ่น เราว่าพ่อเราไม่ดุนะ แต่ว่าขรึม พอเรากะพี่เราโตเปนสาว พ่อก็ไม่ค่อยเล่นเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พี่นกกะเรารู้สึกว่าพ่อรักเราน้อยลงเลย พ่อเปลี่ยนจากการอุ้มและเล่นกกะเราเพื่อให้เราหัวเราะ เป็นการแหย่แม่แกล้งแม่เพื่อให้ทั้งแม่เราและพี่นกหัวเราะแทน พ่อเปลี่ยนจากการเล่นอะไรแบบเด็กๆเปนอย่างอื่นหมด แต่ผลที่ออกมาก็ยังเหมือนเดิม เรายังรู้สึกดี อบอุ่น และรักพ่อแม่และพี่นกเหมือนเดิมและมากขึ้น

พ่อเราไปหลายปท.มาก เกิดมาเปนพ่อเราก็คุ้มนะได้เที่ยวมากมาย และด้วยความที่พ่ออัทธยาศัยดี พ่อเลยมีเพื่อนต่างประเทศเยอะแยะมากมายพ่อชอบที่จะไปต่างประเทศ... มันเป็นสิ่งที่พ่อชอบ และมันก็เปนสิ่งที่แม่พี่นกและเราชอบล้อพ่อเวลาพ่อโมโหว่า เอาหน่า อย่าโมโหเดี๋ยวให้ไปเที่ยวซักหนึ่งอาทิตย์ แล้วดูเหมือนจะได้ผลทุกครั้งที่ยิงมุขนี้ พ่อจะอารมณ์ดีขึ้นเปนลำดับทุกๆครั้ง 555

พ่อเปนคนที่ทั้งหวงและห่วงลูกมากนะ เราไม่เคยลำบากเลย พ่อเราปูทางให้เราเกือบทุกอย่าง บางอย่างพ่อเราก็ไม่อนุญาติให้เราทำอะไรที่มันควรจะทำในวัยของเราเหมือนเพื่อนๆคนอื่น พ่อไม่ชอบที่จะให้นอนค้างบ้านเพื่อน พ่อยอมที่จะขับรถมารับไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ตาม เรื่องไป ตจว กับเพื่อนก็ต้องยื่นเรื่องล่วงหน้าเป็นเดือน ทำทุกอย่างอย่างกะติดต่อราชการ ยื่นเรื่อง รอรับเรื่องและสุดท้ายก็รอฟังว่าโครงการนี้อนุมัติรึเปล่า ไปค่ายก็ไม่ได้ไปเหมือนเพื่อนๆที่ชมรม เชื่อมั๊ยว่าเราอยู่ปีสี่แล้วเนี่ย เราเพิ่งจะเคยเที่ยวกลางคืนแค่หนเดียวเอง บางครั้งรู้สึกน้อยใจ ไม่เข้าใจตามประสาวัยรุ่นเอาแต่ใจ แต่ทุกวันนี้เข้าใจแล้ว เพราะเราได้อ่านหนังสือชื่อเรื่องว่า.."ตรงเส้นขอบฟ้า" แล้วเดี๋ยววันหลังจะเล่าให้ฟัง เราว่าครอบครัวเรากะเค้าเหมือนกันมาก

พ่อสอนเราเสมอในทุกทุกเรื่อง เราว่าพ่อทำให้เราแข็งแกร่งนะ เรารู้ตัวเองเลย อย่างเวลาเราทำงานพรีเซ้นหรือทำรายงานอะไรก็ตาม เราว่าเรารู้ตัวอ่ะ ว่าเรามีability ที่ดีมากอ่ะ เรารู้สึกภูมิใจนะ ทุกอย่างที่เราเปนอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะพ่อคนเดียวเลย พ่อปูฐานที่แข็งแรงให้เรากับพี่นก พ่อปูฐานการส่งออกต้นไม้ให้พี่นก กะเรา พ่อพยายามทำทุกอย่างไม่ให้ลูกลำบาก มันเปนสิ่งที่หนีไม่พ้นว่าเราไม่สามารถอยู่ด้วยกันไปตลอดทั้งชีวิต พ่ออยากจะให้เรากะพี่นกมีธุรกิจที่มั่นคง มีฐานที่พ่อสร้างเอาไว้อย่างแข็งแรง ก้าวไปข้างหน้าแต่ละก้าวอย่างมั่นคง เพื่อที่ว่าเมื่อเราจากกันจิงจิง พ่อจะได้ไม่ห่วงลูกสองคนของพ่อ ทุกวันนี้พ่อโอนทั้งที่ดินและเงินให้ลูกหมดแล้ว พ่อบอกว่าทั้งชีวิตพ่อไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว สิ่งที่พ่อรักมากที่สุดคือเราและพี่นก

ทุกครั้งที่เราได้ทำบุญหรือแม้แต่ไหว้พระธรรมดา เราจะอธิฐานขอเสมอว่าขอให้ชาติหน้าเราสี่คนได้เกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีก เรารักมาก เราว่าครอบครัวเราอบอุ่นมาก เราโชคดีที่มีพ่อแม่ที่ดีมาก และก็มีพี่อย่างพี่นกที่ดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะไปไหนไกลๆ เรามักจะไปด้วยกันสี่คนเสมอ เพราะเราคิดถึงวันข้างหน้าว่าหากเกิดไรขึ้น เราขอตายพร้อมกันดีกว่า เพราะฉะนั้น ไม่ว่าไปตปท หรือ ตจว เราจะไปพร้อมกันสี่คนเสมอ นอกจากจำเปนจิงจิงถึงจะไปกันไม่ครบ

กว่าจะมีวันนี้ พ่อเราเหนื่อยมากนะ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจกว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ เมื่อเราเรียนจบ(อีกไม่นาน) พี่นกกะเราจะให้พ่อแม่หยุดทำงานซักที พี่นกกะเราจะมาทำงานต่อจากพ่อแม่เอง นี่เรากำลังจะคิดทำธุกิจ lineใหม่ เพื่อที่จะขยายให้มันใหญ่ขึ้น เราอยากทำให้พ่อภูมิใจ

2005/Nov/30

เมื่อวานนี้อยู่ดีดีก็เปิดวิทยุฟังตอนหกโมงเย็นกว่ากว่า เปิดไปนู่นนี่ก็มีแต่ข่าว สุดท้ายก็จบลงที่ 106.5 อ่ะ คลื่นนี้กำลังเปิดเพลงอยากบอกให้รู้ ของอิสซึ่น ฟังไปก็รู้สึกดีและโดน เพราะชอบเพลงนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว และพี่ 1st ก็เปนคนแรกที่หาCDเพลงนี้มาให้เราลงคอม เราว่าเพลงนี้คงโดนใจใครหลายหลายคน แต่ที่ไม่ฮิตโดนกันเท่าไหร่ เพราะมันอาจจะเก่าเกินไป

....ยังมีความจริงที่เธอไม่รู้ ชั้นคงลืมบอกเธอ คิดเองอยู่เสมอว่าเธอนั้นเข้าใจ จนมาวันนึงเธอไปจากชั้น แล้วมีใครอีกคน เพราะเธอบอกเหตุผลว่าชั้นไม่มีใจ

....อยากบอกให้รู้ อยากจะบอกเอาไว้ อยากเปิดหัวใจ แม้ว่าเธอไม่อยู่รับฟัง รู้ว่าสายเกินไปจะบอก ทั้งรู้ไม่มีประโยชน์ ก็จบไปแล้วจะหวังอะไร แต่ขอให้รู้ความจริงสักอย่าง ที่ค้างที่คาในใจ อยากบอกเอาไว้ให้เธอรู้ ว่ารักเธอ

....ชั้นขอรับไว้ในความนี้ เสียเธอไปอย่างนั้น รู้ว่าผิดที่ชั้นเพราะไม่พูดไป แต่อยากบอกให้รู้ อยากจะบอกเอาไว้ อยากเปิดหัวใจ แม้ว่าเธอไม่อยู่รับฟัง รู้ว่าสายเกินไปจะบอก ทั้งรู้ไม่มีประโยชน์ ก็จบไปแล้วจะหวังอะไร แต่ขอให้รู้ความจริงสักอย่าง ที่ค้างที่คาในใจ อยากบอกเอาไว้ให้เธอรู้ ว่ารักเธอ

ฟังเพลงนี้ก็ไม่เท่าไหร่ เพราะว่าฟังมาก็หลายร้อยรอบแล้ว ถ้าใครไม่เคยฟัง หรือลืมๆไป ลองไปหาฟังดู ร้องเพลงแบบว่าโดนอ่ะ ร้องเหมือนจิ๊กโก๋เมาเหล้าแล้วมาร้อง 555 หลังจากฟังเพลงจบ ดีเจ ก็บอกว่า ...

"บางทีความรักก็เป็นเหมือนกะไวน์ เพราะว่าไวน์จะมีช่วงเวลาของมันที่ดีที่สุดที่จะกิน ถ้ากินไวน์ในช่วงนั้นจะอร่อยมาก แต่ถ้าหากว่ากินช่วงอื่นก็อาจจะไม่อร่อยเลย บางทีความรักก็เหมือนกับไวน์เพราะว่า มันอาจจะมีช่วงนึงถ้าเราจะบอกรักใครมันอาจจะเปนการบอกรักที่มีค่าและดีมากที่สุด แต่ถ้าหากเก็บไว้นานนาน นานมากจนเกินไป คนที่เราจะบอกอาจจะไม่ได้รู้สึกว่ามันดี มันมีคุณค่าเลยก็ได้ เพราะว่ามันสายก็เกินไป...เหมือนกับไวน์" ฟังดีเจพูดเสด ก็อึ้งสิค่ะ คิดได้ไงหว่า แถมโดนอีก คิดว่าเพื่อนๆคงโดนอีกหลายคน

.

.

อาทิดหน้าก็จะมี Quiz IMRแล้ว (แต่ยังไม่ได้อ่านเลย) Mana Acc ก็ไม่รู้เรื่องเลย ตายแน่ๆ แต่ไงก็ต้องขยันหวะ จบให้ได้ พอกันที เบื่อแล้ว อยากพักผ่อน ตอนนี้แพลนชีวิตที่วางไว้ก็ดูจะเป็นรูปเปนร่างมากขึ้น ทั้งเรื่องงานและความรัก เอาทีละอย่างนะ

เรื่องงาน ก็คิดว่าคงทำธุรกิจที่บ้านนั่นหละ ขยายงานให้ใหญ่ไปในหลายๆสาขา ไม่อยากไปทำอย่างเดียวกะพี่นกเพราะโดยส่วนตัวไม่ใช่คนที่รักต้นไม้เท่าไหร่ อาจจะไปทำของอย่างอื่น แต่ก็คงอาศัย ประสบการณ์ของพ่อแม่กะพี่นกช่วยด้วยอีกแรง

เรื่องความรัก บางคนอาจจะยังไม่รู้ ก็ส่วนมากอ่ะแหละ เพราะที่รู้มีแค่แอร์และก็เฟินมดมั๊ง ที่รู้เพราะทำ Small กันอยู่ เราว่ายังไงเราก็จะเลิกนะ เสียเวลาที่จะคบกันไปเปล่าๆ เพราะว่ายังไงเราก็คิดว่าเราไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตด้วยกันได้ เพราะอะไรหลายๆอย่าง มันไม่เข้ากันเลย และเราก็คิดว่ามันเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับเรานะในการที่จะใช้ชีวิตคู่อ่ะ แต่ตอนนี้กำลังรอเวลาที่เหมาะสมอยู่ ทำไงดีให้เค้าไม่เสียใจ ใครรู้บอกที และถ้าใครอยากรู้รายละเอียดถามเราเพิ่มละกันถ้าเจอเรา เพราะขี้เกียจพิมพ์บวกกับอยากแอคติ้งอ่ะเวลาเล่า

2005/Nov/10

เมื่อคืนทะเลาะกะพี่1st

เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

เราชวนพี่1st ไปเที่ยวในวันที่ชมรมไปปลูกป่ากัน

เรารู้นะว่าพี่1st อยากไปปลูกป่ากะชมรม

เพราะชมรมคือสิ่งที่พี่1st รักมากกกในเอแบค

แต่ที่ชวนก็เพราะว่า เราก็อยากมีเวลาไปไหนไหนด้วยกัน

แบบที่ไปกันสองคน(บ้าง) ก็เท่านั้น

.

อยากไป ตจว ด้วยกัน ไปเที่ยวทะเลด้วยกัน

เรารู้ว่าพี1st เองก็อยากไปเที่ยวกะเรานะ

เพราะความคิดนี้เค้าเปนคนเริ่มต้นชวน

แต่ว่า เราจะไปวันที่ชมรมไปปลูกป่าพอดี

แล้วทีนี้พี่1st เองก็ต้องเลือกแหละว่าไปกะชมรม หรือ เรา

.

พูดชวนไปตั้งแต่วันจันทร์ จนถึงวันพุธ(เมื่อวาน)

ก็ไม่เห็นว่าพี่1st จะพูดถึงเรื่องนี้เลย

น้อยใจเหมือนกัน เราคิดว่าเขายังไม่พูด

มันก็คงเปนเพราะเค้ายังลังเลว่าเอาไงดี

ชมรมก็อยากไป ไปเที่ยวกะเราก็อยากไป

แต่ที่น้อยใจก็เพราะว่า ทำไมไม่ตัดสินใจไปเลย

ชมรมมันมีความสำคัญมากจนต้องใช้เวลาเลือกเลยหรอ

.

เค้าก็บอกว่าเค้ากำลังจะพูดแล้ว แต่ขอดูทีวีจบก่อน

เราก็โอเค เข้าใจ แต่ก็ยัง....น้อยใจ

พูดพูดไป เค้าก็ดีขึ้นนะ ไม่ค่อยติดเพื่อน

ติดชมรม ติดเที่ยวเท่าไหร่แล้ว ดีขึ้นกว่าเดิม

เค้ามีเวลาให้เรามากก มากจิงจิง

อันนี้ก็ยอมรับว่าพี่เค้าดีมาก จะมีก็แต่...

ไปเตะบอลอาทิตย์ละครั้ง...ซึ่งอันนี้ก็โอเคนะ

.

ยอมรับว่า เมื่อคืนโกรธ + น้อยใจมากอ่ะ

แต่พอเมื่อกี๊ได้อ่านเมลล์ อ่านแล้วหายโกรธไปเลยอ่ะ

แถมรู้สึกดีอีก บางครั้งก็คิดว่าทำไมเราถึง

ได้โง่งมงายขนาดนี้ ที่มีสิ่งดีๆอยู่กับตัว

แต่เราไม่เห็นค่าเลย ... จะพัฒนาตัวเองนะ สัญญา

.

เมลล์ที่อ่านแล้วรู้สึกดีก็คือ...

"เคยมั๊ยที่จะมีใครคิดกับคุณแบบนี้

โดยที่เค้าไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องคุณ "

เคยมั๊ยที่จะมี....คนให้อภัยคุณทุกอย่าง

เคยมั๊ยที่จะมี...คนอยู่เคียงข้างคุณเวลาเสียใจ

เคยมั๊ยที่จะมี...คนที่จดจำคุณได้ทุกอย่าง

เคยมั๊ยที่จะมี...ยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ

เคยมั๊ยที่จะมี...คนที่เห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน

เคยมั๊ยที่จะมี...คนที่ทนคุณได้เวลาคุณโมโหใส่เค้า

เคยมั๊ยที่จะมี...คนที่รับได้ทุกสิ่งที่คุณเป็น

เคยมั๊ยที่จะมี...คนที่เห็นความผิดคุณเปนเรื่องน่ารัก

เคยมั๊ยที่จะมี...คนที่ยังรักคุณ แม้คุณไม่เห็นความสำคัญเค้าเลย

.

ทั้งหมดนี้เรามีอยู่ เราปฎิเสธไม่ได้ว่าพี่1st

เป็นทุกทุกอย่างเหมือนข้างบน

แต่เราก็ยังบ้าบอ ทำตัวทุเรดอีก

รู้สึกว่าดีใจจิงจิงที่มีคนดีดีอย่างนี้ในชีวิต

ต่อไปนี้จะใช้สมองมากขึ้น มากกว่าอารมณ์

ต่อไปนี้จะพยายามคิดถึงพี่จุกน้อยลง

ต่อไปนี้จะพยายามทำตัวให้น่ารัก ไม่บ้าบอ

รักน๊า...พี่1st และก็ขอโทดด้วยสำหรับเรื่องเมื่อคืน